Posts

Showing posts with the label My Diary

บทเรียนจากวันวาน

Image
เมื่อวานได้จัดห้อง จัดของ สะสางข้อมูลใน HDD ที่สำรองไว้นิดหน่อย เหมือนได้นั่งไทม์แมชชีนย้อนหลังไปในสเกล สามปี ห้าปี สิบปี ก็ได้ค้นพบข้อมูลเก่าๆ ต่างๆ มากมาย ทำให้ความรู้สึกในอดีตแว่บขึ้นมาเต็มไปหมด ว่าอะไรบางอย่างที่เราเจออยู่ตอนนี้ เราก็เคยเจอมาจากในอดีตแล้ว เพียงแต่เราไม่ได้จดจำ หรือตระหนักมันเอาไว้เท่านั้น อย่าไปฝากความสุขไว้ที่ใคร เราต้องมีความสุขให้ได้ด้วยตัวเอง เรียนรู้ที่จะอยู่กับตัวเองให้ได้ ถ้าเรายังหาความสุขให้ตัวเองไม่ได้ แล้วเราจะเอาความสุขไปให้ใครได้ บางครั้งบางเวลา มันเป็นตัวเราเองนี่แหละที่ต้องรู้จักตัวเองให้ดีที่สุด ตัดสินใจอะไรลงไปแล้ว ทำไปแล้ว อย่าได้กลับมาเสียใจในการตัดสินใจของตัวเองภายหลัง ให้เกียรติกับความรู้สึก และเคารพการตัดสินใจของตัวเองด้วย โลกมันเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน อย่าได้แปลกใจถ้าอะไรมันจะไม่เหมือนเดิม ขนาดเราเองยังเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เลย อย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง เราควรจะยิ้มและยอมรับมัน เปิดใจรับสิ่งต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามา ตามความเป็นจริง Radical Truth is hurt อย่างน้อยสิ่งที่เราพยายามทำอยู่ ก็มีประโยชน์ต่อตัวเราเอง ไม่มากก็น้อย (ไม่ใช่เหรอ) ...

องค์ประกอบของชีวิตที่ดี

Image
บางครั้งเราก็ไม่สามารถระบุได้ คำว่า ชีวิตดี มีองค์ประกอบยังไง และนิยามของแต่ละคนก็อาจจะไม่เหมือนกัน แต่ถ้าเปลี่ยนคำถามใหม่ เป็น แล้วชีวิตที่ไม่ดีล่ะ มีองค์ประกอบยังไงบ้าง เราจะพอลิสต์ได้เป็นข้อๆ อยู่ประมาณนึง แล้วคำว่าชีวิตดี ของคนๆ นึง ก็อาจไม่ได้แปลว่าเป็นชีวิตที่ดี ของคนอื่นๆ ก็ได้ ก็แหงะแหละ เพราะนั้นมันคนละคนนี่นา แต่ถ้าเป็นชีวิตของเราเอง เราก็จะออกแบบได้ว่า "เลือกที่จะทำอะไร และเลือกที่จะไม่ทำอะไร" เราก็จะพอหลีกเลี่ยง ที่จะไม่ทำสิ่งต่างๆ เหล่านั้น ให้เกิดชีวิตที่ไม่ดีขึ้นมาได้ การป้องกันปัญหาไม่ให้เกิด ดีกว่าการมานั่งตามแก้ปัญหา แค่ไม่ทำอะไรแย่ๆ ก็พอคาดหวังให้อะไรดีๆ เกิดขึ้นมาได้ เราไม่สามารถคาดหวังผลลัพธ์ใหม่ๆ ออกมาได้ ถ้าเรายังทำแบบเดิมๆ แต่ทุกอย่างที่ทำ ก็ไม่ได้แปลว่าจะทำให้เกิดชีวิตที่ดีได้ บางอย่างก็ต้องผ่านการเคี่ยวกรำ มันเป็นผลดีในระยะยาว ไม่ใช่ Instant Gratification ทำให้เราต้องอดทนอดกลั้นต่อสิ่งต่างๆ ในระยะสั้น ที่อาจไม่ถูกใจเราอยู่บ้าง แต่เพื่อผลลัพธ์ (คาดหวัง) ในระยะยาว ที่อาจจะเป็นเรื่องดี เราต้องอดทนกับสิ่งนั้นนิดนึง

มุมมองความเสี่ยงในชีวิตประจำวัน

Image
คำว่าความเสี่ยง เราอาจได้ยินมาทั่วๆ ไป และมีมุมมองความเสี่ยง ต่างๆ นานา ต่อเหตุการณ์ต่างๆ รอบตัว ที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแต่ละคน ที่ประสบพบเจอมาในอดีต ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม (ผ่านการเรียนรู้ด้วยตัวเอง หรือการเรียนรู้มาจากอย่างอื่น) โดยนิยามแล้ว ความเสี่ยงมีนิยามที่หลากหลายมาก ถ้าใครเรียนการเงินมาน่าจะพอเข้าใจ วิชา Risk Management ก็จะมีอธิบายอยู่ยาวเลย ซึ่งถ้าให้นิยามกันแบบง่ายๆ แล้ว ขอดึงมาจากดิคชันนารี ได้แบบนี้ risk noun 1. a situation involving exposure to danger. verb 1. expose (someone or something valued) to danger, harm, or loss. โอเค ซึ่งนิยามความเสี่ยงในแบบของเราคือ เหตุการณ์ หรือ การกระทำที่ทำให้มีโอกาสทำให้เกิดความสูญเสีย หรือความเสียหายเกิดขึ้น และจะขออธิบายเน้นไปในแนวทางของวิชา Risk Management ซึ่งรากฐานที่มาของความเสี่ยงนั้นเราจำแนกได้เป็นสามอย่าง 1. Known Knowns  ความเสี่ยงที่เราสามารถรู้ได้และวัดค่าได้ (Modeled Risk) 2. Known Unknowns ความเสี่ยงที่เราสามารถรู้ได้ และวัดค่าได้แค่พอประมาณเท่านั้น เนื่องม...

Spirits of the entrepreneur

Image
จิตวิญญาณของการเป็นผู้ประกอบการ ได้ไปนั่งทานข้าวกับเพื่อนอีกสองคน ที่ทำธุรกิจส่วนตัว คนนึงทำของที่บ้าน อีกคนนึงปั้นธุรกิจขึ้นมาเองกับมือ ปั้นมาให้โต พอมันเริ่มอยุ่ตัว พอยืนอยู่ได้ ก็หาใครสักคนที่ไว้ใจได้มาดูแลต่อ ส่วนตัวเค้าเองก็ไปปั้นธุรกิจตัวอื่นต่อ ได้แนวคิดอะไรหลายๆอย่างจากเค้าที่ดีมากๆ ในเรื่องของการจัดการธุรกิจ ความเหนื่อยและ effort ต่างๆ ที่ต้องทุ่มลงไปให้กับธุรกิจเพื่อให้ประสบความสำเร็จได้ ทั้งปัญหาต่างๆ ที่รุมเร้าเข้ามา ทั้งเรื่องของเงินทุน การดำเนินงาน และเรื่องของบุคคล รู้เป้าหมายของตัวเอง มีวินัย ทำให้ลูกน้องดู ทำให้เค้าเชื่อใจเราได้ Know who สำคัญกว่า Know How พยายามต่อยอดธุรกิจจากรากฐานสิ่งเดิมที่เราได้เรียนรู้หรือปั้นมาอยู่แล้ว ต้องมีตัวยืน ธุรกิจหลักที่รีดเงินออกมาได้ (มากๆ ในระดับนึง) จากนั้นถึงไปลองตัวอื่นๆ Cashflow เป็นสิ่งที่สำคัญมากในการทำธุรกิจ อาจมีปัญหาได้ถ้าไม่เข้าใจที่จุดนี้ บันทึกเอาไว้เท่าที่จำได้ มาโพสต์ช้าไปหน่อย ไม่รู้ลืมๆ อะไรไปบ้างรึเปล่า - -"

The Fifth of June: A Rebirth

ก็ได้แต่นั่งคิดว่าทำไมชีวิตต้องมาเจอกับอะไรแบบนี้ด้วย แต่คิดดูดีๆ แล้ว จากจุดไปจุด มันพาชีวิตมาถึงตรงนี้ได้ หลายๆ อย่างก็เป็นเพราะสิ่งที่เราเลือกเอง และสิ่งที่เราไม่ได้เลือก ช่วงนี้ก็ได้แต่เน้นการอยู่นิ่งๆ นิ่งเฉย สังเกตสิ่งรอบข้าง พยายามเก็บเอาสิ่งต่างๆ รอบตัวมาเป็นวัตถุดิบให้ชีวิตเดินต่อไปได้ เราเฟลมาเยอะมากแล้ว จากการกระทำ ความโลภ การไม่มีวินัยของเราเอง ตอนนี้เราได้บทเรียนมาเยอะมากพอแล้ว ไม่ควรจะต้องวิ่งเข้าไปชนปัญหาแย่ๆ เยอะๆ แบบนี้อีกต่อไปแล้ว การไม่เจอปัญหาเพราะรู้วิธีหลีกเลี่ยง ดีกว่ามานั่งแก้ปัญหาทุกรอบที่เจอ แม้จะผ่านไปได้ก็ตาม เลือกที่จะ Prevent ก็เป็นสิ่งที่ดีกว่าเสมอแหละนะ ที่เรารอดมาได้ก่อนหน้านี้นี่ก็ถือว่าเราโชคดีมากแค่ไหนแล้ว ที่มันไม่ลามไปพังมากกว่านี้ เราก็ผ่านมาได้ทุกครั้ง แต่ตอนนี้เราคงเหนื่อยเกินจะล้มอีกรอบแล้วมั้ง + ล่าสุดเป็นการเฟลที่ค่อนข้างใหญ่ เลยทำให้เป๋ไปได้พักใหญ่เหมือนกัน ช่วงนี้เราก็ครุ่นคิดเรื่องในอดีต พยายามอยู่กับปัจจุบัน ไม่ไปคาดหวังอะไรมากกับอนาคต พยายามพิจารณาดูว่าสิ่งไหนมั่งที่สำคัญจริงๆ ที่เราควรจะเก็บเกี่ยว แบกเอาไว้บนหลัง ต่อไปในอนา...

Random Thought.. on productivity: Attacker, not the defender

Image
ห่างหายไปนานกับ Blog นี้ หนีไปเขียนเอาไว้บนสมุดโน๊ตมาสักพักใหญ่ๆ แต่ก็รู้สึกสะดวกกว่าที่จะพิมพ์เก็บไว้ เพราะว่าความคิดในหัวมันวิ่งไวกว่ามือที่เขียนตัวหนังสือ แต่นิ้วพิมพ์มันเร็วกว่าและยังพอวิ่งตามทันได้อยู่ วันนี้ฟังพอดแคสมาตอนนึงของพี่แท๊ป รู้สึกชอบมาก เรื่อง Productivity ว่า คนที่มี Productivity สูง จะเป็นฝ่ายที่วางแผนไว้ก่อน ว่า ณ เวลานี้จะต้องทำอะไร เวลานี้ จะต้องทำอะไร เรียกว่า ทำสิ่งที่จำเป็นในเวลาที่มันยังไม่เร่งด่วนนั่นแหละ ให้เราได้เป็นฝ่าย กระทำ ไม่ใช่ถูกกระทำ Attacker not the defender ไม่ใช่รอสิ่งเร้าภายนอกมากระทบ แล้วเราค่อยคอยบอกให้ตัวเราทำอะไรต่ออะไร แต่เราต้องทำสิ่งต่างๆไว้เพื่อรอสิ่งเร้าภายนอกมากระทบต่างหาก ทำ Time Boxing หรือเวลาเป็นบล๊อกๆ Procedure กับงานที่ซ้ำๆ เอาไว้ ว่าต้องทำอะไรยังไง เราถึงจะเล่นอยู่ในเกมที่เราวางไว้ได้ ไม่ใช่เกมของผุ้อื่นที่เราเป็นผู้ถูกกระทำ ซึ่งกลยุทธ์ในการเทรด ที่ผ่านๆ มาของเรา มันล้มๆ แล้วลุก ลุ่มๆ ดอนๆ มาตลอด เพราะแรกๆ เรามีไอเดีย เข้าไปเทรด เราเป็นฝ่ายกระทำ แต่ถ้าเราไม่ Secure Risk แล้ว Hold order ไว้ ปล่อยให้ตลาดเป็นต...

Everyone has their own days

ทุกๆ คน มีวันของตัวเอง มันไม่ใช่สิ่งที่จะมีกันได้ในทุกๆวันและทุกๆ คน แต่สิ่งต่างๆนั้นมันเกิดขึ้นจากการสะสมของสกิลและดวง ที่วันนึงจะหมุนวนกันมาให้ชนกันพอดี สัปดาห์ที่ผ่านมา เราทำได้ดีมาก ถึงมากที่สุด หลังจากที่เดือนก่อนจับพลัดจับถูมานาน และปิดวีคก่อนหน้าไปได้แบบแย่มาก แต่เหมือนการที่เราผ่านอะไรมาเยอะ บ่อยๆ แล้วเลยพอจะมองออกว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาจะเป็นยังไง สรุปก็เป็นไปตามคาด ทุกอย่างโอเค เป็นไปตามแผน เราก็แค่อยากทดสอบแนวทางของตัวเอง ว่าสิ่งที่เราคิด ที่เราทำ ที่สะสมมา ในทางปฏิบัติมันทำได้ แค่ที่ผ่านๆ มา มันยังไม่ใช่วันของเรา แต่ก็มีมาหลุดพลาดคืนวันศุกร์เหมือนกัน ที่ไปหลุดเรื่องง่ายๆ โง่ๆ อย่างเช่นเบลอ ตั้ง SL ผิด ไม่เฝ้าจอ ละเผลแไปงีบ ตื่นมาปิดไม่ทัน อะไรอย่างงี้ แปลว่าเราเริ่มประมาณ หลังจากทำได้ดีมาตลอด อีโกเริ่มมา ต้องลดมันลง หาทางระบาย เราพยายามควบคุมอารมณ์ ให้ไม่ดีใจมากไป หรือเสียใจมากไป พยายามจะทำให้มัน Neutral มากที่สุด วีคหน้าลุยกันต่อ สู้ๆ สรุป ทบทวนความผิดพลาด - อย่าไปพลาดเรื่องเบสิคเดิมๆ โง่ๆ - อย่าประมาณ - อย่าหลงระเริง

Day 1: Way Back unto

Image
เหมือนเราเป็นคนเดิม แต่เราก็ไม่ใช่คนเดิม เราห่างหายจากสิ่งต่างๆ ที่เป็นตัวเราไปนานมาก นานมากจนกลับมาคิดว่า จริงๆ แล้ว เราเป็นยังไงกันแน่ แล้วตอนนั้น มันใช่เราจริงๆ รึเปล่า หรือว่าตอนนี้ นั่นแหละ คือตัวเรา สิ่งที่เราขาดตอนนี้คือการยืนระยะ และทำให้ได้อย่างสม่ำเสมอ ได้แต่เริ่มต้น แล้วไม่ได้สานต่อ ยืนระยะไม่ได้ ไม่ได้มีการหวังผลจากการกระทำไปอย่างต่อเนื่อง มีแต่ทำๆ แล้วหยุดไป แล้วไปทำอย่างอื่นแทน จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ไม่ได้แล้ว เวลาเรามีจำกัดมาก รู้สึกตัวอีกไม่นาน ก็จะถัดเข้าอายุ 30 แล้ว อยากทำอะไรก็ต้องรีบทำ ก่อนที่จะไม่มีเวลา ตอนนี้ก็เหมือนเรามาได้ไกลมาก มีบ้านมีรถแล้ว แต่ภายในใจก็ยังรู้สึก Going Nowhere เหมือนเดิม เรายังรู้สึก Struck in the middle เป็นแบบนี้มานานสี่ปีแล้ว ก็ไม่รู้ว่าจะกลับเป็นแบบเมื่อก่อนยังไง เรา ที่เป็นเทรดเดอร์ เรา ที่กล้าจะทำนู่นนี่ เพื่อความฝัน เพื่ออนาคตของเรา ตอนนี้เราก็เหมือนใกล้ความจริงเข้าไปอีกขั้นนึงแล้ว เพราะกู้บ้านผ่านหมดแล้ว มีบ้านอยู่แล้ว คิดว่าจะเปลี่ยนงาน จะออกจากที่เดิม ก็เลยดำเนินการซื้อบ้านเตรียมไว้ก่อนหมดเลย ถ้าอย...

ห่างหายจาก Blog นี้ไปนานมาก

ช่วงเวลาที่ผ่านๆ มา มีเหตุการเปลี่ยนแปลงต่างๆ มากมาย เกิดขึ้น เข้ามาแล้วทำให้เราเปลี่ยนไป เหมือนว่าจะพร้อมกลับลงสนามแล้ว จากที่หยุดไปตั้งนาน ตอนนี้โรคเครียดหายไปสนิทเลย ตั้งแต่เหตุการณ์นั้นจบลง ก็ไม่รุ้ว่ามันจะกลับมากำเริบเมื่อไร แต่ตอนนี้ Mental เราดีขึ้นมาเยอะมากแล้ว จนคิดที่จะกลับมาเทรดอีกครั้ง แต่ปัญหาคือไม่ค่อยมีเวลา งานประจำก็ยุ่งมาก เวลาส่วนตัวก็เหลือน้อย อาจไม่ได้เทรดหนักแบบเมื่อก่อน หรือต้องเน้นเป็น Long Term Position ไปแทน เหตุการณ์สำคัญที่ผ่านมา จริงๆ ก็อยากบันทึกไว้ ห่างหายจากบล๊อกไปนานมาก สองปีบวกๆ สองปีที่ผ่านมานี้ - สอบติด ป.โท เรียนโทจนจบแล้ว - เลิกกับแฟนที่คบมา 8 ปี 5 เดือน - คบกับแฟนใหม่ - ซื้อรถใหม่ เดือน ก.ค. 59 - ซื้อคอนโด เดือน ก.พ. 60 แต่สิ่งที่ยังไม่ได้เปลี่ยนคือ ยังทำงานอยู่ที่เดิม และยังไม่ได้กลับมาเทรด (อยากจะกลับมาเทรดมาก) ก่อนหน้านี้ติดเรียนโท ไม่ค่อยมีเวลามานั่งดูกราฟ เลยไม่อยากเทรดให้เผาตังเล่น หลังจากที่โกยเงินไปได้เมื่อต้นปีที่แล้วก็หยุดเทรดไปเลย แต่ตอนนี้ควรจะต้องกลับมาเทรดแล้ว ไม่มีข้ออ้างแล้ว งานประจำ ก็ยังไม่ได้เปลี่ยนไปไฟแนนซ์ ...

หนึ่งปีที่ผ่านไป พร้อมกับมุมมองและประสบการณ์ ตอนที่ 1

Image
สวัสดีึีัครับ ไม่ได้ัอัพบลอคนี้มาซะนาน ห่างหายไปนานมาก ( แต่ Pageview 3500 นี่ มีท่านไหนมาดูบ้างผมก็ไม่รู้ แต่ก็แอบดีใจเล็กๆ ว่ามีคนเปิดมาดู ถึงจะบังเอิญค้นเจอจากใน Google ก็ตาม ) ผมอัพบลอคนี้ล่าสุดเมื่อช่วงเดือน มีนา 2012 ซึ่งก็เป็นการโพสต์สรุปบทความมาจากที่อื่นด้วยซ้ำ ไม่ได้เขียนเอง (ขี้เกียจ) แต่พอหลังจากนั้น มีหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตพลิกผันไปมาก ได้เรียนรุ้สิ่งต่างๆ มากมาย ก็ขอสรุปลงมาไว้ในโพสต์ต่อจากนี้ละกัน อาจจะยาวหน่อยนะครับ เพราะเรียนรู้เรื่องต่างๆ มาเยอะมากเลย ถือซะว่าชดเ้ชยที่ผ่านมา 1. April 4, 2012 จับโดนใบแดง ทบ.2: ผลกระทบต่อการลงทุน ใช่ครึ่ง ตึงง เริ่มเรื่องแรกก็ตึงแล้ว ใครมันจะไปคิด เรียนจบ ป.ตรี มา ทำงานออฟฟิศดีๆ เงินเดือนสตาร์ทสูงๆ จะต้องถูกบรรจุเข้าไปเป็นทหารเกณฑ์ นอนกับดินกินกะหญ้า คลุกเคล้ากับหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อ ตอนจับโดนใบแดงนี่เป็นอะไรที่พลิกผันที่สุดในชีวิตแล้ว ถึงกับเข่าอ่อนไม่มีเรี่ยวแรงจะยืน ก็ช๊อคไปหลายวันอยู่ แต่ยังมีเวลาให้ทำใจบ้าง ต้องเข้ากรม วันที่ 1 พ.ย. 2012 ( 7 เดือน ) ฝึกทหารใหม่เป้นเวลา  10 สัปดาห์ ( 2 เดือนครึ่ง ) ภาพประกอบบทควา...

20120129 ตัวที่น่าสนใจ (รึเปล่า)

Image

สิ่งที่ Part Time FxTrader พึงกระทำ

Image
ใช้เวลาแต่ละวันหลังเลิกงานให้คุ้มค่า เช็คปฏิทินว่าวันนั้นมีตัวเลขอะไรสำคัญประกาศหรือไม่ เช็ค TF ใหญ่ก่อนทุกครั้ง และอย่าเทรดสวนเทรน ถ้าตลาดวิ่งไปแล้ว ให้หาจังหวะพักตัวแล้วค่อยเข้า บันทึกข้อมูลการเทรด บันทึก Case Study บันทึกข้อผิดพลาด ทำตามระบบ ไม่ฝืนระบบทำตามใจตนเอง อาจจะเริ่มต้นด้วยเงินก้อนเล็ก แต่ให้เน้นที่กระทำตามระบบ เดี๋ยวกำไรมันจะมาเอง คิดเหมือนว่าพอร์ต 1ล้าน USD จดสิ่งที่เรียนรู้ได้ในแต่ละวัน/บันทึกหัวข้อที่อ่านในแต่ละวัน สรุปผลงานประจำสัปดาห์/เดือน เตรียมแผนสำหรับการเทรดสัปดาห์ถัดไป

2011.12.26 ตัวที่น่าสนใจ

Image
BLAND INTUCH SIAM

2011.12.17 รวมกราฟประจำสัปดาห์

Image
รวมกราฟตัวที่น่าสนใจ BJC BLAND KAMART SVI BWG     JUBILE CENTEL

เรียบเรียงความคิดในหัว เกี่ยวกับ Trading system/Psychology

Entry นี้ อาจจะออกแนวบ่นๆ หน่อยนะครับ พยายามตกผลึกความคิดที่วนอยู่ในหัว หนังสือหลายๆ เล่มที่อ่าน มักพูดไปในทางเดียวกัน Trading in the zone, Trading in "Now Moment", Use your guts to trade อะไรประมาณนี้ ตอนนี้ ยังตีโจทย์ถึงขั้นนั้นไม่แตก ยังไม่แตกฉานดีว่าตรงนั้นคืออะไรกันแน่ แต่จากที่เจอในบทความ ขั้นต้น จะเริ่มมาจาก ความสามารถในการทำตามระบบของเราก่อน (ซึ่งก็แน่นอนว่า ต้องทำให้ได้สักระยะหนึ่งแล้วดูผลด้วย ไม่ใช่ว่า เจอ Drawdown ของระบบแล้วก็เลิกใช้ระบบไปซะอย่างงั้น แล้วไปเริ่มทำระบบใหม่ หรือพยายามปรับระบบที่เรากำลังใช้ ไม่ให้ติดดอยหรือตกรถ นั่นเป็นการ Overoptimize จะทำให้เกิดวงจรอุบาทว์ในที่สุด (เพราะการไปปรับระบบก็ไม่ได้เป็นการ Confirm ว่ามันจะทำกำไรได้ดีขึ้น) สำหรับขั้นแรกนี้ เราควรที่จะทำตามระบบของเราอย่างเคร่งครัด โดยห้ามใส่อารมณ์ของเราลงไป (ซื้อเป็นซื้อ พร้อมตั้งจุดทำกำไร จุดตัดขาดทุนที่ไว้แต่แรก) และ ห้ามปิดการเทรดนั้นด้วยตัวเองอย่างเด็ดขาด เพื่อฝึกนิสัยให้เราทำตามระบบได้ จากนั้นในระดับกลางจึงค่อยเริ่มใช้เซ้นส์ของเราในการออกจากการเทรดบ้าง (เช่น เราสังหรณ์ว่ามันจะลงมา...

Study real SET case: Pocket Pivot Point (O'Neil CANSLIM's Student)

Image
เพิ่งอ่าน Trade like an O'Neil's Disiple ไปได้ครึ่งเล่ม เลยมาลองหาเคสจริงนิดหน่อย :) หุ้นที่ศึกษาตัวนี้ เป็น Classic CANSLIM เลยทีเดียว (ว่ากันอย่างงั้น ) ที่ผมเอามาใช้ คือวิธีของผู้แต่ง Trade like an O'Neil's Disiple มาปรับปรุงอีกที ก็ยังเป็น Trend Follow เหมือนเดิม โดยวิธีการซื้อที่จุด Pocket Pivot Point ที่แกคิดขึ้นมาเนี่ยก็พัฒนามาจาก Pivot Point ของจารย์ O'Neil นี่แหละ โดยคำว่า Pocket เนี่ย ก็มาจาก เหมือนเป็นการเคาะซื้อในขณะมือล้วงกระเป๋ากางเกงอยู่ (ยังไม่เป็นจุดสนใจที่ใหญ่มากนักในตลาด - เมื่อเทียบกับ Pivot Point ของอาจารย์แก ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนกว่า จากการเบรคเอาท์ที่นิวไฮ หลังทำ Cup and Handle อะไรพวกนี้ แล้วก็จะทนต่อการเด้งที่เส้น 10 20 ได้มากกว่าการซื้อที่ Pivot Point เพราะว่ามีทุนที่ต่ำกว่า เพราะแอบล้วงกระเป๋ากางเกงเคาะเก็บไว้ไปแล้ว,,ซื้อตั้งแต่ Break out SMA50 - หลักการของ Pocket pivot: จริงๆแล้วยังแบบอื่นๆ อีก) โดยหลักการ ทั่วไป ยังเหมือนเดิมกับแบบ CANSLIM (Cup and handle, XX Week tight close, Volume, Follow through day,distribution day, et cetera..) ...

Managing Portfolio+เริ่มวางแผนของปีหน้า

Image
Managing Portfolio พอร์ตเริ่มใหญ่ขึ้นมาแล้ว รู้สึกว่ากองไว้เฉยๆ มากไป + ผิดพลาดเรื่อง Position sizing ก็ขอมาจัดการแนวความคิดตัวเองใหม่ ใน Entry นี้ ซึ่ง มันก็งอกขึ้นทุกเดือน (ใส่เงินเพิ่มทุกเดือน) ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ซื้อหุ้นอะไร เพราะงั้นคงต้องพยายามกระจายระดับอัตราส่วนเงินเหล่านี้ไว้ให้ได้ เงินลงทุนทั้งหมด จะแบ่งออกเป็น 3 กอง 1.Main Port ใช้ในการลงทุนระยะยาว 70% จำนวนหุ้นที่จะถือ: โดยประมาณ 3-5 ตัว 2.พอร์ตเก็งกำไรระยะสั้น ใช้เล่นตามสัญญาณซื้อขาย 29% (เลขมั่วไปงั้น เพราะอีกส่วนนึงไปอยู่ที่กองสาม) เทรดตาม Watchlist 3.กองพิเศษ 100$ ลองไปเทรด FX ด้วยเงินจริง สำหรับข้อสามนี้ แนวคิดก็เหมือนกับเราหยอดตู้เกม ใส่เงินไปจำนวนน้อยๆ ให้เรารู้สึกมี Constraint ว่า ทำเล่นๆ ไม่ได้นะ เพราะนี่เงินจริง เงินเราจริงๆ ซึ่งแน่นอนว่าดีกว่า Demo Account ที่แหกกฏกันได้ง่ายๆ เพราะคิดว่ายังไม่ใช่เงินจริง สัญญาณยังไม่มา กดเข้าออกมั่วๆ ก็ได้นี่ไม่เห็นเป็นไร ซึ่งพอเทรดจริง เราก็จะเสียนิสัยเหมือนเดิมนั่นแหละ จะเริ่มทำการเทรดจริงช่วงเดือน ธันวา (หลังกลับไปอยู่บ้านแล้ว ตอนนี้อยู่คอนโด ไม่สะดวกเทรดมาก...

2011.11.14 การตกรถในรอบรีบาวน์

Image
พลาดเองที่ละเลยการติดตามตลาดไป ช่วงต้นเดือนตุลาคม (หลังจากที่หุ้นตกหนักๆ แล้วเริ่มอยู่ตัวได้) และไต่ระดับกลับมาด้วยความทุลักทุเล สาเหตุที่ไม่ได้ติดตามหุ้นช่วงนั้นเพราะว่าเทรนงานหนัก จนไม่ค่อยมีเวลาตรวจเช็ค ก็โทษใครไม่ได้แหละต้องโทษตัวเอง โทษใครไม่ได้ ผิดแล้วต้องโทษตัวเอง :) มาไล่ซื้อหุ้นตอนนี้ที่ปลายลิ่มก็เหมือนจะไม่ทันซะแล้ว ไปเจอกันข้างล่างยังจะดีซะกว่า รอบที่แล้วพลาดเองที่ตกรถ จากคำแนะนำของพี่เก่ง Raising Wedge ที่เกิดขึ้นในตลาดหมี (หลังจากที่ SET เกิด Deadcross ไปแล้ว) เป็นสัญญาณที่ค่อนข้างมีความแรงมาก ถ้าไม่ Consider Dead cross ครั้งนี้ว่าเป็น False Breakout ล่ะก็ SET ควรจะไต่ระดับกลับไปอยู่ที่ 1020 ให้ได้ แต่ดูจากข้างบนนี้+ Sentiment ทางฝั่งเมกาและยุโรป ท่าจะรอดยาก เว้นแต่ฝรั่งไล่ซื้อหุ้นไทยต่อไปเรื่อยๆ ล่ะนะ เอาเป็นว่าให้ผ่านขอบลิ่มด้านบนให้ได้ก่อนแล้วกัน - -" เพราะ Reversal Pattern อาจจะเกิด Failure ก็ได้ (ถึงจะยากไปหน่อยก็เหอะ) ว่ากันไปตามกราฟละกัน ตามติดแบบไม่แหย่นิ้วต่อไป Current Status :  หุ้น 35: Cash 65 (+ Cash นอกพอร์ต 30) รูปข้างล่างนี้อัพไว้ให้เจ็...

2011.10.27 Trading Notes

Image
Possible working FX hour 20:30-23:30 and may late night ( 00:15-01:00 ) Monitoring Initial balance $100 2% risk L Profit 23.30 Short 1.4117 Cut Loss on Sky line Loss -1 Use 5m Fibonacci when trading in 1m ถึงแม้ว่าระบบ Trend Following จะเทพเพียงใด แต่ก็ง่อยกระรอกใน Sideway Market อยู่ให้นิ่งแล้วหาจังหวะเข้ารอบใหม่จะดีกว่า วิธีแก้ไข - เล่นรอบ??? Tighten stop??? ..... ... .. . 00:50    50 Pips ที่หายไป อัพไว้ให้เจ็บใจเล่น เลิกเล่นเร็วไปนิด ถ้าติดตามซะหน่อย ก็อร่อยแล้ว :( สิ่งที่สำคัญ ถ้าโดน Shake out แล้ว ต้อง Follow Through ด้วย และปราศจาก Bias ว่าจะไปในทิศทางเดิมที่เราคิดไว้ตอนแรก  ให้มองด้วยใจที่เป็นกลาง ว่า มันจะขึ้นหรือลงก็ได้ ไม่มีใครรู้ มีแต่กราฟเท่านั้นที่เป็นตัวบ่ง

2011.10.27 Trading Notes

Image
ระบบจะใช้ไม่ได้ในช่วง Sideway******** เทรดได้ในช่วงเวลา 19:30-22:30   (14:30-17:00 ยุโรป) เชื่่อกราฟ  อาจจะ นับ 3 แท่งเทียน เพื่อยืนยันสัญญาณก็ได้ (เข้า หลังจากระบบสั่งซื้อ 3 แท่ง) อ่าน Cloud จบแล้ว ค้นคว้าระบบต่อไป ต่อไปก็ CCI RSIOMA แล้วก็ Optimize ระบบ ศึกษาเรื่อง Fx, EA ต่อ Spike ของ CCI ใช้บอกการกลับตัวได้